หลักการ
ความจำทำงานผ่านกระบวนการ เข้ารหัส (encoding), เก็บรักษา (storage) และ ดึงข้อมูลกลับมา (retrieval) การเข้ารหัสที่ดีต้องอาศัยสมาธิและการเชื่อมโยงความหมาย เพื่อให้ข้อมูลถูกบันทึกได้อย่างชัดเจน การทบทวนซ้ำและการใช้ประสาทสัมผัสหลายช่องทางช่วยเสริมการเก็บรักษาข้อมูลจากความจำระยะสั้นไปสู่ความจำระยะยาว การดึงข้อมูลกลับมาใช้สามารถทำได้ง่ายขึ้นเมื่อมีตัวช่วย เช่น คำใบ้ ภาพถ่าย หรือสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้อง การกระตุ้นและฝึกความจำอย่างสม่ำเสมอช่วยคงไว้ซึ่งการทำงานของสมอง โดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีความเสี่ยงต่อภาวะสมองเสื่อม
หลักการฝึกเพื่อพัฒนาความสามารถด้านความจำ
1. ให้ความรู้และแนวทางการใช้กลยุทธ์ช่วยจำ
- จัดกลุ่มข้อมูล (chunking)
- ใช้คำย่อหรือสัญลักษณ์ (mnemonics)
- เชื่อมโยงข้อมูลกับประสบการณ์หรือเรื่องราว (storytelling, association)
2. ฝึกความจำระยะสั้น (STM/Working memory)
- ฝึกจำตัวเลข คำศัพท์ หรือรายการสั้น ๆ และทวนซ้ำ
- ฝึกทำงานที่ต้องใช้การจดจำและคิดประมวลผลพร้อมกัน
3. ฝึกความจำระยะยาว (LTM)
- ใช้การเล่าเรื่องในอดีต (reminiscence therapy)
- กระตุ้นด้วยภาพถ่าย เพลง หรือสิ่งเร้าที่เกี่ยวข้องกับความทรงจำเดิม
- ฝึกเขียนบันทึกเพื่อเก็บและทบทวนเหตุการณ์
4. ใช้ตัวช่วยจำ (Memory aids)
- สมุดบันทึก ปฏิทิน เตือนความจำในโทรศัพท์
- การติดป้ายหรือสัญลักษณ์กำกับสิ่งของในบ้าน
5. กระตุ้นสมองอย่างต่อเนื่อง
- เล่นเกมฝึกสมอง เช่น crossword, sudoku
- เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เช่น ภาษา ดนตรี
6. ควบคุมปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลต่อสมอง เช่น ออกกำลังกาย การพักผ่อนเพียงพอ และโภชนาการที่เหมาะสม