หลักการ
ภาษาแบ่งเป็น 2 ด้านสำคัญ การรับภาษา (Receptive language) → การฟัง การอ่าน และการตีความความหมายการใช้ภาษา (Expressive language) → การพูด การเขียน และการถ่ายทอดความคิด การสื่อสารต้องอาศัยทั้ง ทักษะทางภาษา + ทักษะไม่ใช้ภาษา (non-verbal communication) เช่น น้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง สมองพัฒนาและคงทักษะทางภาษาได้จากการใช้ซ้ำ การฝึกฝน และการโต้ตอบทางสังคมอย่างต่อเนื่อง หากขาดการกระตุ้นหรือมีพยาธิสภาพทางสมอง อาจเกิดความบกพร่อง เช่น พูดไม่ได้ เข้าใจผิด หรือใช้คำผิดความหมาย
หลักการฝึกเพื่อพัฒนาความสามารถด้านภาษา
1. เสริมทักษะการรับภาษา (Receptive skills)
- ฝึกฟังเรื่องราวสั้น ๆ และตอบคำถาม
- ฝึกจับใจความสำคัญจากบทสนทนา
- ใช้สื่อหลายรูปแบบ เช่น ภาพประกอบ + คำพูด เพื่อช่วยเข้าใจ
2. เสริมทักษะการใช้ภาษา (Expressive skills)
- ฝึกเล่าเรื่องราวสั้น ๆ หรือบรรยายภาพ
- ฝึกเขียนบันทึกหรือข้อความสั้น ๆ
- ใช้กิจกรรมบทบาทสมมติ (role play) เพื่อฝึกโต้ตอบในสถานการณ์จริง
3. ฝึกการใช้ภาษาร่วมกับการสื่อสารไม่ใช้ภาษา
- ใช้สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียงประกอบการสื่อสาร
- ฝึกการสบตาและการใช้ภาษากายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสื่อสาร
4. ใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีช่วยสื่อสาร (Communication aids)
- ใช้บัตรภาพ (picture cards) หรือกระดานสื่อสาร (communication board)
- ใช้แอปพลิเคชันหรืออุปกรณ์สื่อสารสำหรับผู้มีความบกพร่องทางภาษา
5. การกระตุ้นภาษาอย่างต่อเนื่อง
- การอ่านหนังสือ ฟังเพลง หรือร้องเพลง
- การสนทนากับผู้อื่นในชีวิตประจำวัน
- กิจกรรมกลุ่มที่ส่งเสริมการพูดและการฟัง เช่น การอภิปรายหรือการเล่านิทานร่วมกัน