– 2025-10-06องค์การอนามัยโลก (WHO) รายงานว่า ภายในปี 2050 โลกจะมีประชากรอายุเกิน 60 ปี มากกว่า 2 พันล้านคน ซึ่งหมายความว่าการสร้าง “คุณภาพชีวิตระยะยาว” จะสำคัญพอ ๆ กับการยืด “ระยะเวลาการมีชีวิต” นักวิจัยด้านอายุยืนของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ระบุว่า “Longevity” ไม่ได้ขึ้นอยู่กับยีนเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ “พฤติกรรมการใช้ชีวิต” ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ โดยมี 5 ปัจจัยหลักที่ช่วยส่งเสริมอายุยืนอย่างมีคุณภาพ ได้แก่
อาหารสมดุล: รับประทานผัก ผลไม้ ธัญพืช และโปรตีนไขมันต่ำเป็นประจำ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ: เดินวันละ 5,000–7,000 ก้าว หรือออกกำลังกายระดับปานกลาง 150 นาทีต่อสัปดาห์ นอนหลับเพียงพอ — อย่างน้อยวันละ 6–8 ชั่วโมง เพื่อให้สมองและร่างกายฟื้นตัว การข้าร่วมกิจกรรมทางสังคม: พบปะเพื่อนฝูง พูดคุย หรือร่วมกิจกรรมที่มีความหมาย มองโลกในแง่ดีและจัดการความเครียดได้ดี: ลดฮอร์โมนคอร์ติซอลที่เป็นตัวเร่งความชรานอกจากนี้ แนวคิด “Healthy Longevity” ยังเน้นให้ผู้สูงอายุได้รับการส่งเสริมสุขภาพสมองด้วย เช่น การฝึกความจำ การเล่นเกมฝึกสมอง และการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมองส่วนหน้า (prefrontal cortex) ซึ่งมีผลโดยตรงต่อความจำและการตัดสินใจอีกด้วย“Longevity” จึงไม่ใช่เพียง “การมีชีวิตยืนยาว” แต่คือ “ศิลปะแห่งการมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณค่า” — สุขภาพกายดี สมองดี และสุขภาพใจที่ดี